กรมขนส่งทางบก

วันที่ 8 สิงหาคม 2559

รถที่สามารถขออนุญาตเพื่อนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว

  1. 1.
    รถจักรยานยนต์
  2. 2.
    รถยนต์นั่ง ซึ่งมีจำนวนที่นั่งรวมที่นั่งผู้ขับรถไม่เกิน 9 ที่นั่ง (ไม่รวมรถที่มีลักษณะเป็นรถตู้)
  3. 3.
    รถยนต์บรรทุก ที่มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม

ประเภทรถที่ไม่สามารถขออนุญาตได้: รถตู้, รถบ้าน, รถบัส, รถบรรทุกขนาดใหญ่

การขออนุญาตนำรถจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศไทย

ผู้ที่มีความประสงค์ต้องการนำรถจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวจะต้องดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551
  1. 1.
    จะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวประเภทนำเที่ยวจากต่างประเทศหรือประเภททั่วไปเท่านั้น
  2. 2.
    ดำเนินการยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารครบถ้วน ไม่น้อยไปกว่า 15 วันทำการ ก่อนวันแรกที่นำรถเข้ามาใช้ในประเทศไทย
  3. 3.
    ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวสามารถดำเนินการยื่นคำขออนุญาตและรับเครื่องหมายแสดงการใช้รถได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศไทย

เงื่อนไขในการกำกับดูแลรถต่างประเทศ

ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องจัดให้มีผู้นำทาง โดยจะเป็นมัคคุเทศก์หรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายก็ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานให้ผู้ใช้รถเดินทางด้วยความปลอดภัย โดยจะต้องระบุลงในแบบฟอร์มหนังสือรับรองการกำกับดูแลการใช้รถ ทั้งนี้ มีหลักเกณฑ์ขั้นต่ำดังนี้
  1. 1.
    รถไม่เกิน 5 คัน: ผู้นำทางอย่างน้อย 1 คน พร้อมรถยนต์นำทางอย่างน้อย 1 คัน
  2. 2.
    รถ 5-15 คัน: ผู้นำทางอย่างน้อย 2 คน พร้อมรถยนต์นำทางอย่างน้อย 2 คัน
  3. 3.
    รถ 16 คันขึ้นไป: ผู้นำทางอย่างน้อย 3 คน พร้อมรถยนต์นำทางอย่างน้อย 3 คัน

ผู้นำทางจะต้องเป็นคนสัญชาติไทยและรถยนต์ที่ใช้นำทางจะต้องเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนในประเทศไทยอย่างน้อย 1 คัน กล่าวคือ ในกรณีที่มีรถยนต์นำทางมากกว่า 1 คัน คันที่เหลืออาจเป็นรถที่จดทะเบียนต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตและอยู่ในกลุ่มที่เดินทางคณะเดียวกัน ซึ่งมีผู้นำทางร่วมนั่งไปด้วยก็ได้

เอกสารประกอบสำหรับการยื่นขออนุญาต

ในการขออนุญาตแต่ละครั้ง ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

  1. 1.
    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งรับรองจากนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  2. 2.
    ภาพถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551
  3. 3.
    หนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวมิได้ดำเนินการด้วยตนเอง พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
  4. 4.
    หนังสือรับรองการกำกับดูแลการใช้รถของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว
  5. 5.
    แบบคำขออนุญาตใช้รถในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

พร้อมแนบเอกสารเกี่ยวกับผู้ขออนุญาตใช้รถและรถดังต่อไปนี้

  1. 1.
    ภาพถ่ายหนังสือเดินทางของผู้ขออนุญาตใช้รถ ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติที่มิได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา จะต้องมีรายการตรวจลงตรามาด้วย
  2. 2.
    ภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถที่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  3. 3.
    ภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ
  4. 4.
    หนังสือยินยอมจากเจ้าของรถ กรณีผู้ขออนุญาตใช้รถมิได้เป็นเจ้าของรถ
  5. 5.
    ภาพถ่ายหนังสือรับรองการผ่านการตรวจสภาพรถ
  6. 6.
    ภาพถ่ายตัวรถที่สามารถมองเห็นลักษณะรถ สีรถ และหมายเลขทะเบียนรถ อย่างน้อย 1 รูป
  7. 7.
    ภาพถ่ายหลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
  8. 8.
    ภาพถ่ายหลักฐานการเอาประกันภัยประเภท 3 ซึ่งมีความคุ้มครองดังนี้
    1. ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอกไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาทต่อหนึ่งคนในแต่ละครั้ง
    2. ความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท ในแต่ละครั้ง
  9. 9.
    หลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น สถานที่พักและกำหนดการต่างๆ
  10. 10.
    หนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการใช้รถจดทะเบียนต่างประเทศในประเทศไทย

หากเอกสารใดไม่มีภาษาอังกฤษกำกับ จะต้องมีฉบับแปลอังกฤษหรือไทยรับรองโดยหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศนั้น ได้แก่ หน่วยงานที่เป็นผู้ออกเอกสารหรือกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นๆ

อายุของเครื่องหมายแสดงการใช้รถ

ในการขออนุญาตแต่ละครั้ง รถคันหนึ่งสามารถขออนุญาตในแต่ละครั้งได้ไม่เกิน 30 วัน และรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 60 วันต่อปีปฏิทิน

ใบอนุญาตขับรถที่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย

นอกเหนือจากใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกแล้ว ใบอนุญาตขับรถที่สามารถใช้ได้ในประเทศไทยมีดังนี้
  1. 1.
    ใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน (ไม่รวมใบอนุญาตขับรถชั่วคราว)
  2. 2.
    ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (International Driving Permit) ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนทำ ณ กรุงเจนีวา ค.ศ. 1949
หากผู้ที่ประสงค์จะขับขี่เพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยไม่มีใบอนุญาตขับรถประเภทข้างต้น จะต้องติดต่อขอรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ชนิดอายุ 30 วัน) ภายในวันแรกที่นำรถเข้ามาใช้ในประเทศไทย ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดภายในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของด่านศุลกากรขาเข้า โดยผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมีหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารและนัดหมายสำนักงานขนส่งจังหวัดเป็นการล่วงหน้า

การขอรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว (ชนิดอายุ 30 วัน) กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถที่ใช้ได้ในประเทศไทย

เอกสารสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวมีดังนี้
  1. 1.
    หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  2. 2.
    หนังสือรับรองที่อยู่โดยผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (อาจใช้ที่อยู่ซึ่งนักท่องเที่ยวพักอาศัยขณะอยู่ในประเทศไทยหรือที่อยู่ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวก็ได้)
  3. 3.
    ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขับรถไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถและไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน มีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด ออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน
  4. 4.
    ใบอนุญาตขับรถประเภทเดียวกันกับที่ขอรับซึ่งรัฐบาลของประเทศอื่นออกให้และยังไม่สิ้นอายุ พร้อมฉบับแปลภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ

ขั้นตอนในการขอรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวมีดังนี้

  1. 1.
    เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย
  2. 2.
    เข้ารับการอบรมจำนวน 1 ชั่วโมง
  3. 3.
    ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว
    1. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว 205 บาท
    2. ค่าบริการถ่ายรูปและออกใบอนุญาตขับรถแบบพลาสติก 100 บาท

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  1. 1.
    ส่วนกลางติดต่อได้ที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5
  2. 2.
    ส่วนภูมิภาคติดต่อได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด

ข่าวสารแนะนำ

กรมการขนส่งทางบก

  • กรมการขนส่งทางบก 1032 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900.
  • โทรศัพท์ (หมายเลขกลาง) : 0-2271-8888
    โทรสาร : 0-2271-8805 (เฉพาะวันเละเวลาราชการเท่านั้น)
  • แจ้งปัญหาการใช้งานเว็บไซต์
    Email
สมัครรับข่าวสาร
สมัครสมาชิกจดหมายข่าวของเรา ท่านจะได้รับข่าวสารอัพเดจฟรี

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี facebook
เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล์แอดเดรส

สมัครสมาชิก

* สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
1. สามารถแสดงความคิดเห็น (เฉพาะข่าวสารที่กรมขนส่งเปิดให้
   แสดงความคิดเห็นเท่านั้น)
2. สามารถใช้งานฟอรั่ม ได้เต็มรูปแบบ (สามารถสร้างกระทู้
    และแสดงความคิดเห็นได้)
3. สามารถติดตามกลุ่มข่าวสารที่ติดตามได้
ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณา กรอกอีเมล์แอดเดรส เพื่อเข้าใช้งานและสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
เลือกข่าวที่ต้องการติดตาม
bl