กรมขนส่งทางบก

วันที่ 28 พฤษภาคม 2561

 

กรมการขนส่งทางบก เผย!!!กรณีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์พลิกคว่ำทับรถยนต์ ดำเนินการขั้นสูงสุดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการ เตือน!!! ผู้ประกอบการที่ไม่ตรวจสอบพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามกฎว่าด้วยความปลอดภัย จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ต้องรับผิดชอบทุกกรณี

 

              นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึง กรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 62-8554 กรุงเทพมหานคร ของผู้ประกอบการขนส่ง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอส.ทรานสปอร์ท ซึ่งมีการล็อกตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ขณะเกิดเหตุมีนายณรงค์ วงศ์เพ็ญ เป็นพนักงานขับรถ เมื่อมาถึงบริเวณถนนประชาพัฒนา ช่วงโค้งวัดพลมานีย์ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ประสบเหตุเสียหลักพลิกคว่ำทับรถยนต์ส่วนบุคคล คันหมายเลขทะเบียน  3กถ-1695 กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้คนขับรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 นั้น ในเบื้องต้น กรมการขนส่งทางบก ได้พิจารณาลงโทษพนักงานขับรถ(นายณรงค์ วงศ์เพ็ญ)เปรียบ ปรับสูงสุด  เป็นเงิน 5,000 บาท ฐานขับรถประมาท ตามมาตรา 111 ประกอบมาตรา 161 , กรณีไม่แสดงตัวตนขณะขับขี่ เปรียบเทียบปรับขั้นสูงสุด เป็นเงิน 5,000 บาท ตามมาตรา 102 (4) และมาตรา 127 พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถทันที เป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้จากการตรวจสอบพนักงานขับรถ พบมีปริมาณแอลกอฮอล์ 49 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความผิดฐานมีสารอยู่ในร่างกายอันเกิดจากการเสพสุรา ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 102(3) มีโทษคำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวนฟ้องต่อศาลแล้ว  สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง (ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค.พี.เอส.ทรานสปอร์ท) ได้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มาตรา 36 ฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยขั้นสูงสุด เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 50,000 บาท

 

             รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการขนส่งต้องเข้มงวดตรวจสอบควบคุมดูแลด้านความปลอดภัย ไม่ให้หรือยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ หรือไม่มีความพร้อมในการขับรถปฏิบัติหน้าที่ ต้องตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องส่งข้อมูลประวัติผู้ขับรถให้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อการบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ที่ศูนย์ข้อมูลประวัติผู้ขับรถสาธารณะ กรณีรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) ไว้กับตัวรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุกตกหล่นรั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งต้องติดตั้ง GPS Tracking เพื่อการติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของรถบรรทุกด้วยระบบ GPS ซึ่งจะสามารถติดตามการเดินรถและรายงานผลพฤติกรรมการขับรถ การใช้ความเร็วของรถบรรทุกผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคแบบ Realtime ผ่าน application“DLT GPS”ทางโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้หากไม่ควบคุมพนักงานขับรถในสังกัด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีความผิดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่ง และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

 

 

เอกสารดาวน์โหลด PHOTO

เอกสารดาวน์โหลด

   ชื่อเอกสาร วันที่สร้าง ขนาด จำนวนดาวน์โหลด   
กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการขั้นสูงสุด กรณี.pdf 28 พ.ค. 2561 261 KB 425
กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการขั้นสูงสุด กรณี.doc 28 พ.ค. 2561 210 KB 367

ข่าวสารแนะนำ

กรมการขนส่งทางบก

  • กรมการขนส่งทางบก 1032 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900.
  • โทรศัพท์ (หมายเลขกลาง) : 0-2271-8888
    โทรสาร : 0-2271-8805 (เฉพาะวันเละเวลาราชการเท่านั้น)
  • แจ้งปัญหาการใช้งานเว็บไซต์
    Email
  • Social Network กรมการขนส่งทางบก
  • facebook link
  • contact to line

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี facebook
เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล์แอดเดรส

สมัครสมาชิก

* สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
1. สามารถแสดงความคิดเห็น (เฉพาะข่าวสารที่กรมขนส่งเปิดให้
   แสดงความคิดเห็นเท่านั้น)
2. สามารถใช้งานฟอรั่ม ได้เต็มรูปแบบ (สามารถสร้างกระทู้
    และแสดงความคิดเห็นได้)
3. สามารถติดตามกลุ่มข่าวสารที่ติดตามได้
ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณา กรอกอีเมล์แอดเดรส เพื่อเข้าใช้งานและสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
เลือกข่าวที่ต้องการติดตาม
bl