กรมขนส่งทางบก

วันที่ 29 สิงหาคม 2562

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน “ตรวจเข้มข้นรถโดยสารสาธารณะ checkคน  checkรถ checking point”  กรมการขนส่งทางบกขานรับนโยบาย พร้อมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

 

 

วันนี้ (29 สิงหาคม 2562) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมอาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบโยบายการปฏิบัติงานด้านการควบคุม กำกับ ดูแล ระบบการขนส่งทางถนน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานตามภารกิจและโครงการสำคัญของกรมการขนส่งทางบก โดยมีนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ และนายธานี สืบฤกษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ให้การต้อนรับพร้อมรับมอบนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านการขนส่งทางถนนทั้งระบบสู่มาตรฐานความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

 

 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตามภารกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนในทุกมิติ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง เข้มข้น จริงจัง เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมในการควบคุม กำกับ ดูแล ระบบการขนส่งทางถนน ให้มีคุณภาพและปลอดภัย พ.ศ.2559-2564” พร้อมรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน   ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน “ตรวจเข้มข้นรถโดยสารสาธารณะ checkคน  checkรถ checking point” กำหนดเป็น 3 มาตรการ ดังนี้ การตรวจสอบสมรรถนะร่างกายของผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ ดำเนินการทดสอบสมรรถภาพผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ โดยจะเรียกตัวผู้ขับขี่มาทดสอบที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยทดสอบการมองเห็นสี ทดสอบปฏิกิริยา ทดสอบสายตาทางกว้าง ทดสอบสายตาทางลึก และความพร้อมเพื่อให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ พร้อมในการขับขี่มากที่สุด การตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงของรถโดยสารสาธารณะ ทุกคันทั่วประเทศ รวม 150,747 คัน โดยจะทำการตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย  ด้วยการตรวจพินิจจากเจ้าหน้าที่ขนส่ง และการใช้เครื่องมือในการตรวจตามมาตรฐานสากล ด้วยเครื่องทดสอบห้ามล้อ เครื่องทดสอบศูนย์ล้อ เครื่องทดสอบโคมไฟหน้า เครื่องทดสอบควันดำ เครื่องทดสอบระบบเสียง เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ และเครื่องวัดก๊าซรั่ว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าทดสอบความพร้อมของรถได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยทั้ง 2 มาตรการจะดำเนินการเร่งด่วนภายใน 30 วัน ดำเนินการให้ครบถ้วนแล้วเสร็จภายใน 90  วัน

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการตรวจความพร้อมของรถ ความพร้อมของคนขับรถ ณ จุดตรวจความพร้อม (Check Point) กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดจุดตรวจความพร้อมทั่วประเทศบนทางหลวงแผ่นดิน 111 สายทาง รวมระยะทาง 22,048 กิโลเมตร ทุกระยะทาง 90 กิโลเมตร โดยมีจุดตรวจสอบทั้งสิ้น 245 จุดตรวจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานผู้ขับขี่ และตรวจสภาพรถให้อยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ตลอดการเดินทาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้ตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้โดยสารทุกท่านเดินทางด้วยความอุ่นใจตลอดการเดินทาง โดยในจุด checking point จะดำเนินการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถตรวจสารเสพติดและระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์ มีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตรงตามประเภทรถ ลงบันทึกเวลาในสมุดผู้ประจำรถเพื่อตรวจสอบชั่วโมงการทำงาน และตรวจความพร้อมของรถ เช่นตรวจสอบการทำงาน และสภาพของอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ GPS, เข็มขัดนิรภัย, ที่นั่ง, สภาพล้อยาง, ประตู/ทางออกฉุกเฉิน, ค้อนทุบกระจก, เครื่องดับเพลิง, ไฟสัญญาณต่างๆ,  แผ่นสะท้อนแสง, สภาพตัวถัง, สภาพตัวรถภายใน, เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ตั้งเป้าหมายตรวจรถโดยสารทุกคัน พนักงานขับรถทุกคน เพื่อเป้าหมายสถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้โดยสาร และยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างดำเนินการตามนโยบาย การแก้ไขปัญหามลภาวะ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ โดยการตรวจสอบสภาพรถ และดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เข้าเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน ส่วนการให้บริการรถรับจ้างโดยสารสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน และกำหนดแนวทาง/มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถรับจ้างโดยสารสาธารณะ (TAXI) รูปแบบเดิม เตรียมศึกษารูปแบบ เงื่อนไขการอนุญาตบริการรถรับจ้างโดยสารสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ควบคู่กับศึกษาและกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถรับจ้างโดยสารสาธารณะ (TAXI) ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย โดยที่ผ่านมาได้เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ครอบคลุมทั้งรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถตู้โดยสารสาธารณะ รถโดยสาร บขส. รถโดยสาร ขสมก. ระหว่างวันที่ 13-27 สิงหาคม 2562  ผ่านช่องทางเว็บกรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th, เฟชบุ๊กแฟนเพจกรมการขนส่งทางบก (https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS) ซึ่งข้อมูลการแสดงความคิดเห็นทั้งหมด อยู่ระหว่างสรุปผลเพื่อนำมาศึกษาทั้งผลกระทบในด้านต่างๆ ทั้งข้อดี และข้อเสีย นำมาสู่การพัฒนาการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งระบบต่อไป

 

กรมการขนส่งทางบกยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาการทำงานในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถึงบริการจากภาครัฐ พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านการขนส่งทางถนนทั้งระบบ สู่มาตรฐานความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

....................................................

 

เอกสารดาวน์โหลด

   ชื่อเอกสาร วันที่สร้าง ขนาด จำนวนดาวน์โหลด   
รวค.ศักดิ์สยาม มอบนโยบาย กรมการขนส่งทางบก.doc 29 ส.ค. 2562 216 KB 154

ข่าวสารแนะนำ

กรมการขนส่งทางบก

  • กรมการขนส่งทางบก 1032 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900.
  • โทรศัพท์ (หมายเลขกลาง) : 0-2271-8888
    โทรสาร : 0-2271-8805 (เฉพาะวันเละเวลาราชการเท่านั้น)
  • แจ้งปัญหาการใช้งานเว็บไซต์
    Email
สมัครรับข่าวสาร
สมัครสมาชิกจดหมายข่าวของเรา ท่านจะได้รับข่าวสารอัพเดจฟรี

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี facebook
เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล์แอดเดรส

สมัครสมาชิก

* สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
1. สามารถแสดงความคิดเห็น (เฉพาะข่าวสารที่กรมขนส่งเปิดให้
   แสดงความคิดเห็นเท่านั้น)
2. สามารถใช้งานฟอรั่ม ได้เต็มรูปแบบ (สามารถสร้างกระทู้
    และแสดงความคิดเห็นได้)
3. สามารถติดตามกลุ่มข่าวสารที่ติดตามได้
ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นสมาชิก กรุณา กรอกอีเมล์แอดเดรส เพื่อเข้าใช้งานและสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิก
เลือกข่าวที่ต้องการติดตาม
bl